ASSETWISE รุกตลาดอสังหาฯ 2564 ด้วยคอนเซ็ปต์ The NEXT Paradigm เปิดตัว 6 โครงการ มูลค่า 10,850 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ MODIZ - ATMOZ - KAVE และโชว์ผลประกอบการ ปี 2563 รายได้กว่า 4,205 ล้านบาท กำไรสุทธิ 871 ล้านบาท
พร้อมชมการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาสามแบรนด์หลักที่เชื่อมต่อความสุขจากแอสเซทไวส์ 

 




ปี 2563 นั้น ถือเป็นปีที่แอสเซทไวส์ประสบความสำเร็จ กับ 3 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 3,637 ล้านบาท คือ
- โมดิซ ไรห์ม รามคำแหง  (Modiz Rhyme Ramkhamhaeng)
- โมดิซ ลอนช์ (Modiz Launch)
- บ้านภูริปุรี คอร์ทยาร์ด พัฒนาการ (Baan Puripuri Courtyard – Pattanakarn) 
และสามารถทำยอดขายจากโครงการใหม่ที่เปิดในปีนี้ได้ถึง 2,407 ล้านบาท
โดย ณ สิ้นปี 2563 บริษัทมี backlog คิดเป็นมูลค่า 7,848 ล้านบาท ซึ่งสามารถรับรู้รายได้ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 – 2566 ในส่วนของโครงการพร้อมอยู่ (Ready-to-move Projects) ณ วันที่ 31 ธ.ค. 63 บริษัทมีห้องของโครงการพร้อมอยู่คงเหลือในปีคิดเป็นมูลค่า 4,094 ล้านบาท  และบริษัทจะมีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 คิดเป็นมูลค่า 6,694 ล้านบาท







โดยโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563  คือ
- บ้านภูริปุรี ทาวน์โฮม ลาดพร้าว 41 (Baan Puripuri Townhome Ladprao 41)
- แอทโมซ แจ้งวัฒนะ (Atmoz Chaengwattana)
- แอทโมซ รัชดา - ห้วยขวาง (Atmoz Ratchada - Huaikwang)
- เคฟทาวน์ สเปซ (Kave Town Space)
ทำให้บริษัทสามารถรับรู้รายได้ถึง 4,205 ล้านบาท เติบโตจากปี 2562 ถึง 60% และด้วยการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น 44.2%  ทำผลกำไรสุทธิได้ถึง 871 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 20.6% ซึ่งจัดเป็นอัตราที่สูงน่าพอใจ


3 องค์ประกอบของความสำเร็จ เกิดจากบริษัทมีทีมงานและวัฒนธรรมการทำงานที่แข็งแกร่ง และมีความไดนามิคสูง คือ
1. FOCUS ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการและบริการต่าง ๆ ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด
2. FLEXIBILITY ปรับตัวอย่างรวดเร็วให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในภาวะที่ผันผวน ให้มีความคล่องตัวในการทำงาน และเปิดรับแนวการทำงานใหม่ ๆ ตลอดเวลา
3. FAST MOVE นำกลยุทธ์และแผนงานไปปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อการแข่งขัน

แนวคิดสำคัญของแอสเซทไวส์ ในการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนใน Next Paradigm ประกอบด้วย 4 กลยุทธ์หลักสำคัญ


1. Facilities for New Lifestyle : ให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลางในโครงการมาโดยตลอด และจะยังคงมุ่งเน้นพัฒนาพื้นที่ส่วนกลางให้มีบรรยากาศสวยงาม มีความหลากหลาย รองรับทุกกิจกรรมการพักผ่อน
2. Health Concern : ไฮไลต์พิเศษในพื้นที่ส่วนกลาง คือการสร้างสรรค์ “Health Station” ขึ้น ทั้งนี้ใน Health Station ได้จัดเตรียมอุปกรณ์ในการตรวจสุขภาพเบื้องต้นไว้ให้แก่ลูกบ้าน ได้แก่ Tytocare ซึ่งเป็นอุปกรณ์ออนไลน์ที่แพทย์ใช้ตรวจทราบอาการของผู้ป่วยผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างเรียลไทม์ รวมถึง เครื่อง BMI (เครื่องตรวจวัดค่าดัชนีมวลกาย), เครื่อง AED (เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าชนิดอัตโนมัติ) และเครื่องวัดความดันชนิดสอดแขน  Health Station
3. Innovation for Living : นวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย เพื่อให้เกิดทั้งความสุขและความสะดวกสบายในที่พัก ไม่ว่าจะเป็น Bluetooth Sound System เพื่อการฟังเพลงในห้องพัก, พื้นที่สำหรับกิจกรรม e-sports ไปจนถึงการใช้ออนไลน์แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ
4. Strengthen Sustainability : จัดทำโครงการเพื่อความยั่งยืนทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม  โดยจัดอบรมการคัดแยกขยะ และการจัดการขยะอันตรายให้แก่นิติบุคคล พนักงาน ลูกบ้าน จัดทำพื้นที่วางถังขยะ และทำเครื่องหมายการคัดแยกทิ้งขยะไว้อย่างชัดเจน



สำหรับในปี 2564 บริษัทจะมีโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 5 โครงการ มูลค่ารวม 6,694 ล้านบาท คือ
- โครงการ เคฟทาวน์ ชิฟท์ (Kave Town Shift)
- บ้านภูริปุรี คอร์ทยาร์ด พัฒนาการ (Baan Puripuri Courtyard – Pattanakarn)
- เคฟทียู (Kave TU)
- บ้านภูริปุรี โฮมออฟฟิศ ลาดพร้าว 41 (Baan Puripuri Homeoffice Ladprao 41)
- โมดิซ สุขุมวิท 50 (Modiz Sukhumvit 50)

วางแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งหมด 6 โครงการ รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 10,850 ล้านบาท
โดยแบ่งเป็นโครงการแนวสูง 5 โครงการ ได้แก่
- เคฟ ศาลายา (Kave Salaya) 60,000 - 70,000 บาท/ตารางเมตร
- โมดิซ ไรห์ม คลาวด์ (Modiz Rhyme Cloud) 80,000 - 100,000+ บาทต่อตารางเมตร
- แอทโมซ บางนา (Atmoz Bangna) 70,000 - 85,000 บาทต่อตารางเมตร
- เคฟ เอวา (Kave Ava) 60,000 - 70,000 บาท/ตารางเมตร
- โมดิซ ศรีราชา (Modiz Sriracha)
และโครงการแนวราบ 1 โครงการ คือ บ้านภูริปุรี โฮมออฟฟิศ ลาดพร้าว 41 (Baan Puripuri Homeoffice Ladprao 41 ราคาเริ่มต้นที่ 17 ล้านบาท